ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป ฝากรูป

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

การเรียนการสอนผ่านเว็บ

การเรียนการสอนผ่านเว็บ  (Web  -  Based   Instruction  : WBI) 



                             

ความหมาย


        คลาร์ก (Clark, 1996) ได้ให้คำจำกัดความของการเรียนการสอนผ่านเว็บว่า เป็นการเรียนการสอนรายบุคคลที่นำเสนอโดยการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์สาธารณะหรือส่วนบุคคล และแสดงผลในรูปของการใช้เว็บบราวเซอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ติดตั้งไว้ได้โดยผ่านเครือข่าย
        แฮนนัม (Hannum, 19100) กล่าวถึงการเรียนการสอนผ่านเว็บว่าเป็นการจัดสภาพการเรียน การสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต บนพื้นฐานของหลักและวิธีการออกแบบการเรียนการสอนอย่างมีระบบ
        พาร์สัน (Parson, 1997) ได้ให้ความหมายของการเรียนการสอนผ่านเว็บว่า เป็นการสอนที่นำเอาสิ่งที่ต้องการส่งให้บางส่วนหรือทั้งหมดโดยอาศัยเว็บ
        พาร์สัน (Parson, 1997) ได้ให้ความหมายของการเรียนการสอนผ่านเว็บว่า เป็นการสอนที่นำเอาสิ่งที่ต้องการส่งให้บางส่วนหรือทั้งหมดโดยอาศัยเว็บ
        คาร์ลสันและคณะ (Carlson et al., 19100) กล่าวว่าการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอนเพื่ออำนวยความสะดวกขจัดปัญหา เรื่องสถานที่และเวลา
        ใจทิพย์ ณ สงขลา (2542) เรียนการสอนผ่านเว็บว่าหมายถึง การผนวก คุณสมบัติไฮเปอร์มีเดียเข้ากับคุณสมบัติของเครือข่ายเวิลด์ไวด์เว็บ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วยระยะทางและเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน (Learning without Boundary)
        วิชุดา รัตนเพียร (2542) กล่าวว่าการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการนำเสนอโปรแกรมบทเรียนบนเว็บเพจโดยนำเสนอผ่านบริการเวิลด์ไวด์เว็บในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

 ประเภทของการเรียนการสอนผ่านเว็บ 
รูปแบบการเผยแพร่
รูปแบบการสื่อสาร
รูปแบบผสม
รูปแบบห้องเรียนเสมือน

1.  รูปแบบการเผยแพร่ แบ่งได้ออกเป็น 3 ชนิด คือ

   1.  รูปแบบห้องสมุด
   2.  รูปแบบหนังสือเรียน
   3.  รูปแบบการสอนที่มีปฎิสัมพันธ์
2.  รูปแบบการสื่อสาร (Communication Model)
การเรียนการสอนผ่านเว็บรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่อาศัยคอมพิวเตอร์มาเป็นสื่อเพื่อการสื่อสาร ผู้เรียนสามารถที่จะสื่อสารกับผู้เรียนคนอื่นๆ ผู้สอนหรือกับผู้เชี่ยวชาญได้ โดยรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายในอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้แก่ จดหมาย อิเล็กทรอนิกส์
3.  รูปแบบผสม (Hybrid Model)
รูปแบบการเรียนการสอนผ่านเว็บรูปแบบนี้เป็นการนำเอารูปแบบ 2 ชนิด คือ รูปแบบการเผยแพร่กับรูปแบบการสื่อสารมารวมเข้าไว้ด้วยกัน เช่น เว็บไซต์ที่รวมเอารูปแบบห้องสมุดกับรูปแบบหนังสือเรียนไว้ด้วยกัน
4.  รูปแบบห้องเรียนเสมือน (Virtual classroom model)
เทอรอฟฟ์ (Turoff, 1995) ว่าเป็นสภาพแวดล้อมการเรียน การสอนที่ตั้งขึ้นภายใต้ระบบการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ในลักษณะของการเรียนแบบร่วมมือ นักเรียนและผู้สอนจะได้รับความรู้ใหม่ๆ

สภาพการเรียนการสอนผ่านเว็บ
         การเรียนการสอนผ่านเว็บมีลักษณะการจัดสภาพการเรียนการสอนที่แตกต่างจากการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ  ผู้เรียนจะเรียนผ่านจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย  โดยผู้เรียนแต่ละคนที่เป็นสมาชิกเครือข่าย   อินเทอร์เน็ต

สภาพการเรียนการสอนผ่านเว็บ มีขั้นตอนดังนี้
1.  ผู้เรียนที่เป็นสมาชิกอินเทอร์เนตเข้าสู่ระบบด้วยการบันทึกเข้า Login
2.  พิมพ์ที่อยู่ของเว็บเพจที่ต้องการเข้าไปศึกษา
3.  เมื่อเข้าสู่เว็บเพจที่ต้องการแล้ว ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาบทเรียนที่นำเสนอผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
4.  ในบางช่วงบางตอนของบทเรียน ผู้เรียนจะถูกกระตุ้นให้มีปฏิกิริยาสนองต่อเนื้อหาของบทเรียน
5.  ผู้เรียนสามารถศึกษาเนื้อหาเท่าที่กำหนดในเว็บเพจหนึ่งๆ หรืออาจเข้าสู่เว็บเพจอื่นๆ

องค์ประกอบของการสื่อสารของการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย WBI
1.  E-mail
2.  Web board
3.  Chat
4.  ICQ
5.  Conference
6.  อื่นๆ

เว็บไซต์สำหรับรายวิชามีองค์ประกอบที่เป็นเว็บเพ็จ
โฮมเพจ (Home Page) 
เว็บเพจแนะนำ (Introduction)   
เว็บเพจแสดงภาพรวมของ รายวิชา (Course Overview) 
เว็บเพจแสดงสิ่งจำเป็นในการเรียนรายวิชา
เว็บเพจแสดงข้อมูลสำคัญ
เว็บเพจแสดงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้อง
เว็บเพจกิจกรรมที่มอบหมายให้ทำการบ้าน (Assignment)
เว็บเพจแสดงกำหนดการเรียน (Course Schedule)
เว็บเพจทรัพยากรสนับสนุนการเรียน (Resources)
เว็บเพจแสดงตัวอย่างแบบทดสอบ (Sample Tests)
เว็บเพจแสดงประวัติ (Biography)
เว็บเพจแบบประเมิน (Evaluation)
เว็บเพจแสดงคำศัพท์ (Glossary)
เว็บเพ็จการอภิปราย (Discussion)
เว็บเพจประกาศข่าว
(Bulletin Board)
เว็บเพจคำถามคำตอบที่พบบ่อย (FAQ Pages)
เว็บเพจแสดงคำแนะนำในการเรียนรายวิชา

องค์ประกอบของการสอนบนเว็บ 
1.  ข้อความหลายมิติ
2.  สื่อหลายมิติ
3.  การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
4.  การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์

หลักการออกแบบบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
1.  ให้แรงจูงใจแก่ผู้เรียน
2.  การบอกให้ผู้เรียนทราบว่าเขาจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง
3.  การเชื่อมโยงความรู้เก่ากับความรู้ใหม่
4.  การนำเสนอเนื้อหาใหม่
5.  สร้างความกระตือรือร้นของผู้เรียน
6.  การให้ข้อเสนอแนะ และข้อมูลย้อนกลับ
7.  การทดสอบ (Testing)
8.  ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หรือการซ่อมเสริม

ขั้นตอนในการจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ
1. ตัดสินใจลักษณะในการสอนบนเว็บ  
2. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของหลักสูตรที่จัดการสอนบนเว็บ
3. ศึกษาคุณลักษณะของผู้เรียน
4. ออกแบบโครงสร้างของเว็บ โดยการกำหนดโครงสร้างของเว็บคร่าวๆ ก่อนที่จะกำหนดรายละเอียด
5.หาความรู้และทักษะการใช้โปรแกรมต่าง ๆ ที่จำเป็น
6.เตรียมเนื้อหาในรูปการสอนบนเว็บ ซึ่งครอบคลุมเพจ ต่าง ๆ
7.การออกแบบและพัฒนากิจกรรมการสอน ที่เหมาะสมกับการสอนบนเว็บ
8.ออกแบบการประเมินผลการเรียนของผู้เรียน
9. เตรียมความพร้อมในด้านปัญหาเทคนิค10. เตรียมความพร้อมในด้านการเข้าถึงเครือข่ายสำหรับผู้เรียน
11. ทดลองใช้งาน เพื่อหาข้อผิดพลาด และปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะนำไปใช้จริง
12. หลังจากที่ได้จัดการสอนบนเว็บจริงแล้ว ควรประเมินผลการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อไป

ลักษณะของบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (WBI)
          การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีลักษณะการจัดการเรียน ที่ผู้เรียนจะเรียนผ่านจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และสามารถเข้าสู่ระบบเครือข่ายเพื่อการศึกษาเนื้อหาบทเรียนจากที่ใดก็ได

ลักษณะของกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  
1.  การนำเสนอ (Presentation)
2.  การสื่อสาร(Communication)
3.  การก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์(Dynamic Interaction)

ลักษณะของกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
1.   การนำเสนอ(Presentation)
1.1การนำเสนอแบบสื่อทางเดียว เช่น เป็นข้อความ
1.2 นำเสนอแบบสื่อคู่
เช่น ข้อความภาพกราฟฟิก บางครั้งจะอยู่ในรูปแบบPDF ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้ 
1.3  การนำเสนอแบบมัลติมีเดีย
คือ ประกอบด้วยข้อความ ภาพกราฟฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียงและภาพยนตร์ หรือวีดีโอ (แต่ความเร็วจะไม่เร็วเท่ากับวีดีโอเทป)

2. การสื่อสาร (Communication)
  2.1  การสื่อสารทางเดียว โดยดูจากเว็บเพจ
  2.2  การสื่อสารสองทาง  เช่น การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์โต้ตอบกัน

3. การก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ (Dynamic Interaction)
3.1  การสืบค้น3.2  การหาวิธีการเข้าสู่เว็บ
3.3  การตอบสนองของมนุษย์ในการใช้เว็บ 

การจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ 

1.  ส่งเสริมให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา
2.  ควรสนับสนุนให้มีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างผู้เรียน
3.  ควรสนับสนุนให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 
4.  การให้ผลย้อนกลับแก่ผู้เรียน
5.  ควรสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่ไม่มีขีดจำกัด

ประโยชน์การเรียนการสอนผ่านเว็บ
1.  เว็บเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียน
2.  เว็บสามารถนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบของสื่อประสม 
3.  เว็บเป็นระบบเปิดให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก 
4.  เว็บอุดมไปด้วยทรัพยากร เพื่อการสืบค้นออนไลน์ 
5.  เว็บไม่มีข้อจำกัดทางสถานที่และเวลาของการสอนบนเว็บ 
6.  เว็บอนุญาตให้ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุมการเรียนตามความถนัดของตนเอง 
7.  เว็บอนุญาติให้ติดต่อสื่อสารทั้งแบบเวลาเดียวและต่างเวลา เช่น Web Board

ข้อดีของบทเรียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 
1.  สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
2.  ไม่จำกัดเพศและวัยของผู้เรียน
3.  ผู้สอนสามารถออกแบบบทเรียนควบคุมผู้เรียนได้
4.  สามารถใช้รูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย (Multimedia)
5.  สะดวกต่อการปรับเปลี่ยนสารสนเทศให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
6.  ทรัพยากรสารสนเทศใน WWW มีจำนวนมาก
7.  เพิ่มทักษะในการใช้เทคโนโลยีให้กับผู้เรียน

ข้อจำกัดของบทเรียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 
      ในการศึกษาทางไกล ผู้สอนและผู้เรียนอาจไม่ได้พบหน้ากัน ผู้สอนจำเป็นต้องใช้เวลามากในการเตรียมการสอน การถามและตอบปัญหาบางครั้งไม่เกิดขึ้นทันที ผู้สอนไม่สามารถควบคุมการเรียนได้เหมือนชั้นเรียนปกติ  ผู้เรียนต้องรู้จักควบคุมตนเองในการเรียน


ที่มา : 
http://pradoi.igetweb.com/index.php?mo=3&art=643997

เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

        ดาวน์โหลดฉบับเต็มเพื่อใช้ศึกษาเพิ่มเติม
     คงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันการดำเนินการจัดการศึกษา ในสถานศึกษาต่างๆ เกือบทุกระดับ จำเป็นต้องนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการจัดการศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง และความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี รัฐจึงได้เน้นความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษา โดยกำหนดสาระหลักไว้ใน หมวด 9 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับ พ.ศ.2542 ซึ่งในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้น หากไม่มีนโยบายหรือกฎข้อบังคับหรือแนวทางการใช้แล้ว อาจส่งผลเสียหรือก่อให้เกิดการใช้อย่างหลงทิศ หลงทาง อาจจะกลายเป็นช่องทางของ การดำเนินการจัดการศึกษาบนกรอบร่างธุรกิจ ทั้งการโฆษณาชวนเชื่อ การใช้อย่างพุ่มเฟือย อันจะส่งผลเสียต่อวิธีการศึกษาเรียนรู้ไป เรามาลองศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ในส่วนเทคโนโลยีการศึกษา รายมาตราว่า สาระสำคัญของแต่ละมาตรา บ่งชี้อะไรบ้าง
 
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
หมวด 1 บททั่วไป
หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา
หมวด 3 ระบบการศึกษา
หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา
หมวด 5 การบริหารและการจัดการศึกษา

ส่วนที่ 1 การบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐ
ส่วนที่ 2 การบริหารและการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ส่วนที่ 3 การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชน
หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา
หมวด 7 ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
หมวด 8 ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา
หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
บทเฉพาะกาล

สาระสำคัญมาตราใน หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มี ดังนี้ 

มาตรา 63
รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปและวัฒนธรรมตามความจำเป็น

 มาตรา 64
รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำราหนังสือทาง วิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์ วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

 มาตรา 65
ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ

มาตรา 66
ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้เพื่อให้มีความรู้ และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

มาตรา 67
รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย

มาตรา 68
ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทาน และผลกำไรที่ได้จาการดำเนินกิจการด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษ ในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อการพัฒนาคนและสังคม หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 69
จัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนส่งเสริม และประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

    ตามนัยของหมวด 9 ซึ่งเป็นหมวดหลักที่ว่าด้วยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ประกอบด้วย 7 มาตรา คือ มาตรา 63 ถึง มาตรา 69 สาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาได้แก่ การจัดการศึกษาทั้ง 3 ระบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องมีความลื่นไหลต่อเนื่องกัน สามารถถ่ายโอนผลการเรียนระหว่างกันได้ ครอบคลุมการจัดและออกแบบระบบพฤติกรรม เทคนิควิธีการ การสื่อสาร การจัดสภาพแวดล้อม การจัดการเรียนการสอน และการประเมิน เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การผลิต การใช้การพัฒนาสื่อสารมวลชน (ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์) เทคโนโลยีสารสนเทศ ( คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต มัลติมีเดีย) และโทรคมนาคม (โทรศัพท์ เครือข่ายโทรคมนาคม การสื่อสารอื่น ๆ) รวมถึงมีรูปแบบที่ประสมประสานเพื่อให้เป็นการศึกษาตลอดชีวิต (Life long education) ดังนั้น เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
    ตามหมวดที่ 9 จะต้องเป็นเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองกระบวนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียนในทุกเวลา ทุกสถานที่ และทุกวิธีการ สาระสำคัญทั้ง 7 มาตรานี้ พอสรุปได้ใน 3 ประการหลัก คือ
ประการแรก 
รัฐต้องจัดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ ช่องทางและสื่อโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาในทุกๆประเภท
ประการที่สอง 
รัฐต้องจัดให้มีโครงสร้างและหน่วยงานเฉพาะ เพื่อรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
ประการที่สาม 
รัฐต้องส่งเสริมบุคลากรทางการศึกษาตลอดทั้งประชาชนให้มีขีดความสามารถในการผลิต และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อก้าวสู่ยุค สังคมแห่งการเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต


ที่มา : 
http://www.northeducation.ac.th/etraining/courses/3/itedu/chap1/index05.php

ประเภทของนวัตกรรมการศึกษา : นวัตกรรมการศึกษาที่ยึดแนวความคิดพื้นฐานเป็นหลัก

ประเภทของนวัตกรรมการศึกษา
1. นวัตกรรมการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา 
2. นวัตกรรมการศึกษาที่ยึดแนวความคิดพื้นฐานเป็นหลัก

1. นวัตกรรมการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา


                                                     
                เป็นนวัตกรรมที่มีขอบเขต เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกด้าน ตั้งแต่หลักสูตร การเรียนการสอน สื่อและเทคโนโลยี ทางการศึกษา การวัดและประเมินผล และการบริหาร ทัศนา แขมมณี (2526 : 13) และวาทิต ระถี (2531) ได้แบ่งประเภทนวัตกรรมการศึกษาออกเป็น 5 ด้าน คือ
1. นวัตกรรมทางด้านหลักสูตร 
2. นวัตกรรมการเรียนการสอน 
3. นวัตกรรมสื่อการสอน 
4. นวัตกรรมการประเมินผล 
5. นวัตกรรมการบริหารจัดการ 

นวัตกรรมทางด้านหลักสูตร

              นวัตกรรมทางด้านหลักสูตร เป็นการใช้วิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและตอบสนองความต้องการสอนบุคคลให้มากขึ้น เนื่องจากหลักสูตรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลก นอกจากนี้การพัฒนาหลักสูตรยังมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่บนฐานของแนวคิดทฤษฎี และปรัชญาทางการจัดการสัมมนาอีกด้วย การพัฒนาหลักสูตรตามหลักการและวิธีการดังกล่าวต้องอาศัยแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมการศึกษาเข้ามาช่วยเหลือจัดการให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ นวัตกรรมทางด้านหลักสูตรในประเทศไทย ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรดังต่อไปนี้ 
             1. หลักสูตรแบบบูรณาการ (Integrated Curriculum) เป็นการบูรณาการส่วนประกอบของหลักสูตรเข้าด้วยกันทางด้านวิทยาการในสาขาต่างๆ การศึกษาทางด้านจริยธรรมและสังคม โดยมุ่งให้ผู้เรียนเป็นคนดีสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ในสาขาต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมอย่างมีจริยธรรม 
             2. หลักสูตรรายบุคคล เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อการศึกษาตามอัตภาพ เพื่อตอบสนองแนวความคิดในการจัดการศึกษารายบุคคล ซึ่งจะต้องออกแบบระบบเพื่อรองรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านต่างๆ 
             3. หลักสูตรกิจกรรมหรือประสบการณ์ (Activity or Experience Curriculum) เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้น กระบวนการในการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ เช่น กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในบทเรียน ประสบการณ์การเรียนรู้จากการสืบค้นด้วยตนเอง เป็นต้น 
             4. หลักสูตรท้องถิ่น เป็นการพัฒนาหลักสูตรที่ต้องการกระจายการบริหารจัดการการมีออกสู่ท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับศิลปวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น แทนที่หลักสูตรในแบบเดิมที่ใช้วิธีการรวมศูนย์การพัฒนาอยู่ในส่วนกลาง 
และ
            - การจัดหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ (Function Literacy) 
            - การจัดหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้ ตามลำดับขั้นจนบรรลุเป้าหมาย (Mastery Learning Curriculum) 
            - หลักสูตรแบบเอกัตภาพ (Individualized Curriculum)

2. นวัตกรรมการศึกษาที่ยึดแนวความคิดพื้นฐานเป็นหลัก
                                                       

2.1 ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Difference)
         การจัด การศึกษาตามแผนการศึกษาแทบทุกฉบับ มุ่งให้ความสำคัญในเรื่องความแตกต่างระหว่าง บุคคลโดยพิจารณาความถนัด ความสนใจ ความสามารถ ตลอดจนบุคลิกลักษณะของผู้เรียน แต่ละคนเป็นเกณฑ์ นวัตกรรมการศึกษาที่เกิดขึ้นเพื่อสนองแนวคิดพื้นฐานด้านนี้มีหลายอย่างคือ
2.1.1 การเรียนแบบไม่แบ่งชั้น (Non-Graded School)
2.1.2 เครื่องสอน (Teaching Machine)
2.1.3 บทเรียนสำเร็จรูปหรือบทเรียนด้วยตนเอง (Programmed Text Book or Programmed Instruction)
2.1.4 สื่อประสม (Multi-media ) หรือชุดการสอน (Learning Packages)
2.1.5 การสอนแบบเป็นคณะ (Team Teaching)
2.1.6 การจัดโรงเรียนในโรงเรียน (School Within School)
2.1.7 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction)
2.1.8 ชุดการสอนย่อย (Minicourse)


ที่มา : http://www.northeducation.ac.th/etraining/courses/3/itedu/chap1/index07_20.php
          http://www.northeducation.ac.th/etraining/courses/3/itedu/chap1/index07_10.php

เปลี่ยนโฉมแผ่นซีดีเก่าๆให้เป็นชิ้นส่วนแล็ปท็อป

        
         
               หากย้อนเวลากลับไปวันวาน หลายคนคงมีโอกาสได้ฟังเพลงจากแผ่นซีดีพลาสติกที่เคลือบด้วยอะลูมิเนียมเป็นแน่ ซึ่งปัจจุบันกลับเหลือเพียงแต่ร่องรอยของความเป็นอดีต เมื่อการฟังเพลงจากแผ่นซีดีไม่เป็นที่นิยมกันอีกต่อไป หลายคนจึงหันมาเสพเสียงเพลงฮิตในเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาแทน แต่นับจากนี้เป็นต้นไปฟูจิตสึจะเดินหน้าคืนชีพให้แผ่นเก็บข้อมูลดิจิตอลเหล่านี้อีกครั้งด้วยการรีไซเคิล เพื่อใช้เป็นวัสดุผลิตพลาสติกชนิดผิวมันสำหรับโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ โดยได้ประเดิมใช้พลาสติกที่ได้จากการรีไซเคิลกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รุ่น Lifebook P772/E และเตรียมใช้กับรุ่นอื่นๆ ทั้งนี้ ฟูจิตสึ คาดว่าโครงการรีไซเคิลแผ่นซีดีดังกล่าวจะช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ลงถึง 10 ตันต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทั่วๆ ไป 
ฟูจิตสึ เปิดฉากอุตสาหกรรมรีไซเคิลแผ่นซีดีและดีวีดีเพื่อใช้เป็นวัสดุสำหรับผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยรวบรวมแผ่นซีดีและดีวีดีที่ไม่ได้ใช้แล้วมารีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นขอบแป้นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก นอกจากนี้ ฟูจิตสึ มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติกรีไซเคิลกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ และเดินหน้าการผลิตเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint: CF) และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ 
            ทั้งนี้ ฟูจิตสึ มีศูนย์รีไซเคิลทั่วประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 ศูนย์ โดยศูนย์รีไซเคิลเหล่านี้จะทำหน้าที่เก็บรวมรวม แยกชิ้นส่วน และรีไซเคิลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและขยะไอทีประเภทอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การนำชิ้นส่วนพลาสติกคอมพิวเตอร์มารีไซเคิลใหม่เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างหนึ่ง เนื่องจากการหลอมพลาสติกให้เป็นเนื้อเดียวกันทำได้ยาก แม้ว่าจะใช้ความร้อนในการหลอมละลายก็ตาม ส่วนเคล็ดลับการหลอมพลาสติกให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก็ต้องรวบรวมพลาสติกชนิดเดียวกัน เพื่อให้ได้พลาสติกที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน เนื่องจากพลาสติกแต่ละชนิดมีคุสมบัติแตกต่างกัน กระนั้น แม้แต่พลาสติกชนิดเดียวกันก็มีความแตกต่างทั้งเม็ดพลาสติก ความขุ่นมัว และ องค์ประกอบทางเคมี ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการขึ้นรูป สีของพลาสติกที่ผลิตได้ ความแข็งแรง  ความเหนียว และคุณสมบัติอื่นๆ ของพลาสติกทั่วๆ ไป ยิ่งไปกว่านั้น สินค้าไอทีทุกชิ้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับการควบคุมสารอันตราย (Restriction of the Use of Certain Hazardous Substances in Electrical and Electronic Equipment: RoHS) จึงนับเป็นความท้าทายในเรื่องการควบคุมคุณภาพพลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิล

ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่

             นวัตกรรม หมายถึงการทำสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีใหม่ๆ และยังอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การผลิต กระบวนการ หรือองค์กร ไม่ว่าการเปลี่ยนนั้นจะเกิดขึ้นจากการปฏิวัติ การเปลี่ยนอย่างถอนรากถอนโคน หรือการพัฒนาต่อยอด ทั้งนี้มักมีการแยกแยะความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการประดิษฐ์คิดค้น ความคิดริเริ่มและนวัตกรรม อันหมายถึงความคิดริเริ่มที่นำมาประยุกต์ใช้อย่างสัมฤทธิ์ผล (Mckeown, 2008) และในหลายสาขา เชื่อกันว่าการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเป็นนวัตกรรมได้นั้น จะต้องมีความแปลกใหม่อย่างเห็นได้ชัด และไม่เป็นแค่เพียงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็นต้นว่า ในด้านศิลปะ เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐ ในเชิงเศรษฐศาสตร์นั้น การเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องเพิ่มมูลค่า มูลค่าของลูกค้า หรือมูลค่าของผู้ผลิต เป้าหมายของนวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เพื่อทำให้สิ่งต่างๆเกิดเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น นวัตกรรมก่อให้ได้ผลิตผลเพิ่มขึ้น และเป็นที่มาสำคัญของความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ (ที่มา : วิกิพีเดีย)
                                           

             ดังนั้น ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ศูนย์ธุรกิจอุตสาหกรรม (BOC) นำเสนอ จึงเป็นผลิตภัณฑ์/บริการ ที่เกิดจากความคิดใหม่ๆ ที่มีผู้ริเริ่มดำเนินกิจการเหล่านี้ขึ้น หรือ บางธุรกิจเป็นเพียงแนวทางการศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความเป็นไปได้ในการลงทุนให้กับผู้ที่สนใจ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำเสนอมีดังนี้
  • ต้นไม้แห่งจินตนาการสำหรับเด็ก :ของเล่นสำหรับเด็กเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาเปลี่ยนแปลงมาทุกยุคทุกสมัยเพื่อให้เหมาะสมสอดรับกับสภาพแวดล้อมของสังคมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างสนุก ไอเดียและเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนในการพัฒนาของเล่นเด็ก
  • เครื่องจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มอัตโนมัติ 3 มิติ :เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาไปค่อนข้างไกลในประเทศตะวันตก และประเทศเอเซียที่ก้าวหน้ามากๆ เช่น ญี่ปุ่น และมีการใช้ค่อนข้างแพร่หลายอีกด้วย 
                                         

    • เอนเตอร์เทรนเม้นท์บาธรูมไฮเทค :เป็นเครื่องสุขภัณฑ์อะครีลิกที่มุ่งเน้นการออกแบบ มีการใช้วัสดุรูปแบบใหม่ๆ และมีคุณภาพมากขึ้น ผลิตภัณฑ์มีทั้งประเภทขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก ปัจจุบันมีความมุ่งมั่นด้านงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น 
    • อาหารเสริมจาก DHA สาหร่ายเซลล์เดียว : เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ DHA ที่ผลิตจากสาหร่ายชื่อว่า Schizochytrium ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางอาหารโดยสามารถสะสมกรดไขมันในเซลล์ได้นปริมาณมาก โดยกรดไขมันที่พบเป็นกรดไขมันโอเมกา 3 
    • เครื่องตรวจสุขภาพไฮเทค : เป็นเครื่อง Multimedia Kiosk และจอสัมผัส Touch Screen Monitor ปัจจุบันมีความนิยมมากในงานแสดงสินค้า งานออกบูธ งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการ โดยเริ่มใช้งานแพร่หลายในการให้คำปรึกษาจากบุคลากร 
    • บริการสู่สวรรค์ครบวงจร :ธุรกิจบริการจัดงานศพ หรือ ออแกไนซ์งานศพ เป็นธุรกิจที่เกิดจากในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสถิติการเสียชีวิตของคนไทยก็มีจำนวนไม่น้อย บางครอบครัวไม่ทราบว่าต้องเริ่มจากจุดไหน หรือจัดพิธีอย่างไรให้ถูกต้อง 
    • C-Move ระบบส่งสินค้าอย่างชาญฉลาด :เป็นการส่งสินค้าทีนำระบบไอทีมาประยุกต์ใช้ก่อเกิดประโยชน์ด้านการขนส่งสินค้า การบริหารจัดการรถขนส่งให้วิ่งงานได้อย่างต่อเนื่อง การลดระยะทางที่รถต้องวิ่งเที่ยวเปล่า และเพิ่มการทำงานของรถให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งลดการสูญเสียและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 
    • รองเท้าโตได้ :ออกแบบมาเพื่อเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต อายุระหว่าง 3-10 ปี ซึ่งมีขนาดรองเท้า 3 ขนาดอยู่ในคู่เดียวกัน เช่น 11, 11.5 และ 12 โดยการนำเทคโนโลยี iFit ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ขยายรองเท้าโตตามขนาดเท้าเด็กที่โตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเหมาะกับเด็กที่เท้าสองข้างไม่เท่ากัน 
    • ท่องไซเบอร์ประวัติศาสตร์ไทย :ความจริงเสมือน (Virtual Reality) เป็นกลุ่มเทคโนโลยีเชิงตอบโต้ระหว่างกันที่ผู้ใช้เกิดความรู้สึกของการเข้าร่วมในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มีอยู่จริง แต่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ในเชิงความคิดสร้างสรรค์สำหรับนำเสนอข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
                                   

      • พลังงานทดแทนจากขยะเพื่อชุมชน :คือ การผลิตพลังงานทดแทนที่ได้จากการแปรรูปของเสียหรือจากขยะเพื่อให้ได้พลังงานไฟฟ้าใช้ภายในชุมชนหรือภายในโรงงาน และสามารถนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ โดยการผลิตใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ได้ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะ และนำความร้อนที่ได้มาทำเป็นไอน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า 
      • บรรจุภัณฑ์อาหารในอนาคต :คือ บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพ ซึ่งสามารถถูกย่อยสลายได้ โดยมีระบบการย่อยสลายที่คล้ายคลึงกับการย่อยสลายในธรรมชาติและสามารถนำไปใช้ทดแทนผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเคมี 
      • เกษตรอินทรีย์ธุรกิจอาหารสีเขียว :เกษตรอินทรีย์เป็นแนวคิดการทำเกษตรแบบใหม่ที่กำลังได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งลูกค้าจะยอมจ่ายเพื่อเพิ่มสุขภาพ 
      • เฟอร์นิเจอร์ทำจากกระดาษรังผึ้ง :เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกระดาษรังผึ้งด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ และสามารถนำมาใช้งานได้เหมือนกันกับเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้หรือโลหะ โดยมีจุดเด่นในเรื่องต้นทุนที่ถูกกว่า และราคาไม่แพง 
      • บริการระบบบริหารสมาชิกอัจฉริยะ :คือ ธุรกิจการบริการที่เกี่ยวกับการบริหารข้อมูลลูกค้าโดยการใช้เทคโนโลยี และบุคลากรที่มีทักษะ เพื่อสร้างบริการที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้นกับลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นไป รวมถึงเป็นการสร้างความภักดีให้เกิดขึ้นในกลุ่มของลูกค้าระยะยาว 

      ขอบคุณภาพประกอบจาก Master isolated images&renjith krishnan/FreeDigitalPhotos.net